วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ข้าวเหนียวดำช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย


รูปภาพ : ข้าวเหนียวดำช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย

ข้าวเหนียวดำ เป็นธัญพืชที่คนไทย นิยมรับประทานมานาน เพราะให้ความเหนียว ความมัน มีรสชาติที่น่ารับประทาน

คนไทยโบราณเชื่อว่า ข้าวเหนียวเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ร้อน นิยมปลูกในนาลุ่มที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ หรือปลูกในที่ดอนแบบข้าวไร่ทางภาคเหนือ ข้าวเหนียวมีหลายสายพันธุ์ แต่ที่คนส่วนใหญ่นิยมมีอยู่สองสี คือ ข้าวเหนียวสีขาว และข้าวเหนียวสีดำ

ข้าวเหนียวมี 2 สี คือ สีขาวและสีดำ(คนเหนือเรียกว่า"ข้าวก่ำ") แต่ข้าวเหนียวดำจะมีสารอาหาร ที่เป็นประโยชน์มากกว่าข้าวเหนียวขาว สารอาหารที่ว่า คือ “โอพีซี"(OPC)มีสรรพคุณช่วยชะลอการแก่ก่อนวัย และความเสื่อม ถอยของร่างกาย โดยสารโอพีซีที่พบในข้าวเหนียวดำ เป็นสารชนิดเดียวกับสารสกัดที่ได้ จากองุ่นดำองุ่นแดง เปลือกสน

ข้าวเหนียวสามารถแปรรูปไปเป็นอาหารอื่นได้ ส่วนใหญ่จะทำเป็นขนม เช่น เทศกาลตรุษจีนก็ทำขนมเข่ง เทศกาลออกพรรษาทำข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มผัด ข้าวหลาม ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวนึ่งกินกับส้มตำ เป็นต้น

สาวไทยเมื่อครั้งอดีต นำมาช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนขึ้น โดยการนำข้าวสารเหนียวแช่ให้นุ่ม ผสมกับใบตำลึงอ่อน สัดส่วน 1 ต่อ 1 ตำให้ละเอียด นำมาพอกผิวหน้า ผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยลดริ้วรอยจุดด่างดำให้จางหายไป

ข้าวเหนียวดำช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย

ข้าวเหนียวดำ เป็นธัญพืชที่คนไทย นิยมรับประทานมานาน เพราะให้ความเหนียว ความมัน มีรสชาติที่น่ารับประทาน

คนไทยโบราณเชื่อว่า ข้าวเหนียวเป็นสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้ มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ร้อน นิยมปลูกในนาลุ่มที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์ หรือปลูกในที่ดอนแบบข้าวไร่ทางภาคเหนือ ข้าวเหนียวมีหลายสายพันธุ์ แต่ที่คนส่วนใหญ่นิยมมีอยู่สองสี คือ ข้าวเหนียวสีขาว และข้าวเหนียวสีดำ

ข้าวเหนียวมี 2 สี คือ สีขาวและสีดำ(คนเหนือเรียกว่า"ข้าวก่ำ") แต่ข้าวเหนียวดำจะมีสารอาหาร ที่เป็นประโยชน์มากกว่าข้าวเหนียวขาว สารอาหารที่ว่า คือ “โอพีซี"(OPC)มีสรรพคุณช่วยชะลอการแก่ก่อนวัย และความเสื่อม ถอยของร่างกาย โดยสารโอพีซีที่พบในข้าวเหนียวดำ เป็นสารชนิดเดียวกับสารสกัดที่ได้ จากองุ่นดำองุ่นแดง เปลือกสน

ข้าวเหนียวสามารถแปรรูปไปเป็นอาหารอื่นได้ ส่วนใหญ่จะทำเป็นขนม เช่น เทศกาลตรุษจีนก็ทำขนมเข่ง เทศกาลออกพรรษาทำข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มผัด ข้าวหลาม ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวนึ่งกินกับส้มตำ เป็นต้น

สาวไทยเมื่อครั้งอดีต นำมาช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนขึ้น โดยการนำข้าวสารเหนียวแช่ให้นุ่ม ผสมกับใบตำลึงอ่อน สัดส่วน 1 ต่อ 1 ตำให้ละเอียด นำมาพอกผิวหน้า ผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อช่วยลดริ้วรอยจุดด่างดำให้จางหายไป

ทับทิม .... ผลไม้มหัศจรรย์

รูปภาพ : ทับทิม .... ผลไม้มหัศจรรย์

ได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้วในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือกันว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ซึ่งในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและเคเลี่ยม มีผลดีอย่างมากในระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ทั้งนี้ ในผลทับทิมยังมีสารที่มีลักษณะใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรี ซึ่งสารนี้จะช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน บำรุงผิวพรรณให้สดใส ลดระดับโคเลสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือด และในทับทิมยังมีกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ กรดกลูตามิน และกรดแอสบารากิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มนอร์อะดรีนาลิน ทำให้สมองกระฉับกระเฉงขึ้น ทั้งยังช่วยแก้กระหาย แก้ร้อนใน กรดเอแร็คมีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ค่ะ


ทับทิม .... ผลไม้มหัศจรรย์

ได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้วในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือกันว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ซึ่งในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและเคเลี่ยม มีผลดีอย่างมากในระบบฟอกโลหิต และระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ทั้งนี้ ในผลทับทิมยังมีสารที่มีลักษณะใกล้เคียงกับฮอร์โมนเอสโตรเจนในสตรี ซึ่งสารนี้จะช่วยปรับฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือน บำรุงผิวพรรณให้สดใส ลดระดับโคเลสเตอรอลและไขมันในเส้นเลือด และในทับทิมยังมีกรดอะมิโน 2 ชนิด คือ กรดกลูตามิน และกรดแอสบารากิน ซึ่งจะช่วยเพิ่มนอร์อะดรีนาลิน ทำให้สมองกระฉับกระเฉงขึ้น ทั้งยังช่วยแก้กระหาย แก้ร้อนใน กรดเอแร็คมีประโยชน์ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ค่ะ

แก้วมังกร...ผลไม้บำรุงเลือด


แก้วมังกร

แก้วมังกร  อุดมด้วยโปรตีนจึงช่วยเติมร่องรอยผิวให้ดูเรียบตึง 
ผลการวิจัยพบว่า แก้วมังกรเนื้อแดงดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต และมีธาตุเหล็กอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการสร้างเซลล์เม็ดเลือด  นอกจากนี้ไฟเบอร์ในผลแก้วมังกรยังช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงบริเวณช่องคลอด บรรเทาอาการตกขาวที่ผิดปกติ (มีสีเหลืองปนหนอง ปนเลือดและมีกลิ่นเหม็น)

วันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

การสกัดน้ำมันมะพร้าว


วีธีการต่าง ๆ ในการผลิตน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว อาจแบ่งได้เป็น 2 ชนิด

น้ำมันมะพร้าวทั่วไป (RBD Coconut Oil) ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป เช่นใช้ในการทอดอาหาร หรือการผลิตอาหารต่างๆ เป็นน้ำมันมะพร้าวที่ผลิตจากเนื้อมะพร้าวแห้ง (Copra) น้ำมันที่สกัดได้จะต้องผ่านขบวนการทำให้บริสุทธิ์ (Refined) การฟอกสี (Bleached) และกำจัดกลิ่น (Deodorized) ก่อนที่จะนำไปบริโภค น้ำมันชนิดนี้บางครั้งจะถูกกล่าวถึงว่าเป็น “น้ำมันธรรมชาติ” (Natural Coconut Oil) แต่ความเป็นจริงเป็นน้ำมันชนิด RBD Refined,Bleached,Deodorized) น้ำมันชนิดนี้จะมีความหนืดและมีสีเหลืองอ่อน

น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin Coconut Oil) รู้จักกันในชื่อ “น้ำมันมะพร้าวเวอร์จิ้น” (Virgin Coconut Oil) หรือน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ ซึ่งมีขบาวนการผลิตที่พิถีพิถันมาก ที่เรียกว่า Cold Process หรื Cold Pressed เพราะไม่มีการใช้ความร้อนเลย ทำให้ได้น้ำมันที่มีคุณภาพพิเศษ ที่มีกลิ่นหอม รสชาติดี อุดมด้วยวิตามิน E และสาร Antioxidants และได้รับการกล่าวขวัญว่ามีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ

4 วิธี การสกัดน้ำมันมะพร้าว
Refined Coconut Oil
Hydrogenated Coconut Oil
Fractionated Coconut Oil
Virgin Coconut Oil
Fermentation
Heating

1. Refined Coconut Oil

นำ Copra มะพร้าวตากแห้ง (จากการ รมควัน เข้าเตาเผา หรือ ตากแดด) มาบีบเพื่อให้ได้น้ำมันมะพร้าวดิบ ผ่านขบวนการกำจัดสิ่งเจือปนละกำจัดกลิ่นด้วยขบวนการ RBD or refining, bleaching, and deodorizing ได้น้ำมันมะพร้าวที่ ไร้รส ไร้สี และไร้กลิ่น ใช้ในการทำอาหารและอบขนม เพราะมีรสชาติเป็นกลาง ไม่ส่งผลต่ออาหาร และมีจุดเดือดสูงสามารถทนความร้อนได้โดยไม่เกิดการไหม้

2. Virgin Coconut Oil Fermentation

นำเนื้อมะพร้าวขูดใส่ถุงเพื่อคั้นน้ำกะทิแล้วผสมกับน้ำมะพร้าว ตั้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 20 ชั่วโมง เพื่อให้เกิดการแยกชั้นของ โปรตีน น้ำมันมะพร้าว และน้ำ แยกน้ำมันมะพร้าวเพื่อกรองและบรรจุขวด

3. Virgin Coconut Oil Heating

นำเนื้อมะพร้าวขูดใส่ถุงเพื่อคั้นน้ำกะทิ น้ำกะทิจะถูกทำให้ร้อนจนน้ำระเหยออกไปหมด แยกน้ำมันมะพร้าวเพื่อกรองและบรรจุขวด

4. Hydrogenated Coconut Oil

เป็นขบวนการเคมีที่ใช้ความดันสูงเพื่อให้แก๊สไนโตรเจนเข้าไปในน้ำมันมะพร้าว เพื่อยืดอายุน้ำมันและไม่ให้เกิดการเหม็นหืน ขบวนการนี้จะเปลี่ยนกรดไขมันที่ดีไปเป็นกรดมัน Trans fatty acid ซึ่งทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม และอุดตันของเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ

5. Fractionated Coconut Oil

เป็นน้ำมันมะพร้าวที่เถียรและอายุการใช้งานนานที่สุด เหมาะสำหรับทำอาหาร และส่วนผสมของสบู่ ครีมล้างหน้า โลชั่น แชมพู และส่วนผสมของครีมนวดผม

คุณภาพของน้ำมันมะพร้าว มีความใส แบบโปร่งใส
กลิ่นหอมแบบน้ำมันมะพร้าว
ไม่มีกลิ่นหืน หรือเปรี้ยว
เบา และมีความหนืดน้อย
ซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว
เป็นไขที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว
ช่วยควบคุมน้ำหนัก
ช่วยสมานผิวจากการเกิดท้องลาย
ทำความสะอาดผิวหน้า
บำรุงผิวแทนเบบี้ออย
หมักผมครึ่งชั่วโมง สัปดาห์ละครั้ง
นวดน้ำมัน

สมุนไพรแก้หูอื้อ กระเทียม ภูมิปัญญาไทย แก้หูอื้อ ได้จริง!!


สมุนไพรแก้หูอื้อ กระเทียม ภูมิปัญญาไทย แก้หูอื้อ ได้จริง!!

นอกจากกระเทียมสดช่วยลดคอเรสเตอรอลในเส้นเลือดและโรคอื่นๆได้แล้ว ยังช่วยแก้หูอื้อได้อย่างดีอีกด้วย

กระเทียมเป็นพืชล้มลุกที่มีหัวอยู่ใต้ดิน แต่ละหัวประกอบด้วยกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ 4-15 กลีบ บางพันธุ์จะมีเพียงกลีบเดียว เรียกว่า “กระเทียมโทน” แต่ ละกลีบมีกาบเป็นเยื่อบางๆสีขาวอมชมพูหุ้มอยู่โดยรอบ กระเทียมมีรากไม่ยาวนัก ใบมีลักษณะยาวแบน ปลายใบแหลมแคบ โคนมีใบหุ้มซ้อนกัน ดอกออกเป็นช่อ มีสีขาวติดเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน

สารสำคัญที่ทำให้กระเทียมมีกลิ่นหอมฉุนเผ็ดร้อนคือเอนไซม์อัลลิเนส (Allinase) ที่เปลี่ยนสารอินทรีย์กำมะถันอัลลิอิน (Alliin) ให้เป็นน้ำมันหอมระเหยอัลลิซิน (Allicin) และเมื่อนำหัวกระเทียมสดมากลั่นด้วยไอน้ำจะได้น้ำมันกระเทียม (Garlic oil) นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหาร น้ำ กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 และวิตามินซี ฯลฯ

สรรพคุณ ของกระเทียมมีมากมาย การทานกระเทียมทั้งสดหรือแห้งเป็นประจำสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันและ กล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลัน ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ความดันโลหิตสูง และปริมาณน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคที่เกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันโรคหวัด วัณโรค คอตีบ ปอดบวม ไทฟอยล์ มาลาเรีย คออักเสบและอหิวาตกโรคได้อีกด้วย วิธีการใช้กระเทียมเพื่อรักษาโรคต่างๆ คือ

- ใช้ขับเหงือ ขับปัสสาวะ และขับเสมหะ นำกระเทียมสดครึ่งกิโลกรัม ทุบพอแตก แช่ในน้ำหวานหรือน้ำผึ้ง 1 ถ้วย ประมาณ 1 สัปดาห์ รับประทานครั้งละครึ่งช้อนโต๊ะ วันละ 3 ครั้ง

- ใช้ขับลมในกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ โดยนำกระเทียมสด 5-7 กลีบ บดให้ละเอียด ผสมกับน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำตาลและเกลือเล็กน้อย กรองเอาแต่น้ำ ดื่มวันละ 3 ครั้ง หลังรับประทานอาหาร

- ใช้รักษาแผลสด แผลเป็นหนอง โดยใช้กระเทียมสดปอกเปลือก นำมาทุบหรือฝานทาในบริเวณที่เป็นแผล

- ใช้รักษาโรคผิวหนังที่เกี่ยวกับเชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน น้ำกัดเท้า เชื้อราในช่องคลอด โดยใช้น้ำที่คั้นจากกระเทียมสดทาบริเวณที่เป็นเชื้อรา

- ใช้รักษาอาการปวดหู หูอื้อ หูตึง โดยใช้น้ำกระเทียมหยอดหูประมาณ 1 - 2 หยด วันละ 3 - 4 ครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.thaihealth.or.th

มาดื่มกาแฟให้มีประโยชน์กันค่ะ



มาดื่มกาแฟให้มีประโยชน์กันค่ะ


7 วิธี ดื่ม กาแฟ ให้มีประโยชน์

หลายๆ คนชอบดื่ม กาแฟ มีวิธีการดื่มกาแฟอย่างไรให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และเกิดผลเสียน้อยที่สุด มาฝากกันค่ะ

1. ควรสังเกตว่าตัวคุณเอง มีความไวของการตอบสนองต่อปริมาณกาแฟกี่ถ้วย มีอาการอย่างไรบ้าง เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมสำหรับตนเอง

2. หากมีอาการนอนหลับยาก ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือช่วงหัวค่ำ

3. ไม่ควรดื่ม กาแฟ ขณะท้องว่าง เนื่องจากกาเฟอีนเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร

4. ไม่ควรดื่มกาแฟเพื่อหักโหมทำงาน และอดนอนติดต่อกันหลายๆ คืน แม้ว่ากาเฟอีนช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจริง แต่สมองต้องการเวลาพักผ่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้

5. หากคุณเป็นผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ควรกินอาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียมเพิ่มเติม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย คะน้า บรอกโคลี เป็นต้น เพื่อทดแทน แคลเซียมที่สูญเสียไปกับปัสสาวะ และลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน หรืออาจปรับเปลี่ยนโดยการชงกาแฟ ใส่นมแทนครีมเทียม เป็นต้น

6. ควรกินผักผลไม้อย่างเพียงพอทุกวัน เนื่องจากในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟ จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น วิตามินซี อี และบีตาแคโรทีนในผักผลไม้ เช่น มะเขือเทศ แครอต ผักใบเขียว ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน เป็นต้น จะช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายได้

7. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของกาเฟอีน

ข้อมูลจาก : doctor.or.th และ women.mthai.com

ขอบคุณ : ฟาร์มีดี (ฟาร์มไส้เดือนของคนพิการ)

เพาะถั่วงอกทานเองกันดีกว่าค่ะ... ปลอดภัย...และดีต่อสุขภาพค่ะ

รูปภาพ : ถั่วงอก...ต้านสารพัดโรค ให้ประโยชน์เต็มๆ ใครที่ไม่อยากแก่เชิญฟังทางนี้เด้อ สหาย...
คุณๆ ทราบกันหรือไม่ว่าถั่วงอกดิบที่เรารู้จักและรับประทานกันอยู่ทุกวันนี้บ้างกินกับก๋วยเตี๋ยว บ้างกินกับขนมจีนนั้นมีสารอาหารตัวหนึ่งที่ ช่วยชะลอความแก่ได้ดีทีเดียว (ถึงแม้ว่าจะมีกลิ่นเหม็นเขียวนิดๆ ก็ตาม) นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณต่างๆ อีกมากมาย เชื่อว่าหากทราบแล้วหลายคนต้องหันมารับประทานถั่วงอกกันมากขึ้นแน่ๆ "ถั่วงอกช่วยชะลอความแก่ได้จริงเพราะมี สารซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (SUPEROXIDE DISMUTASE : SOD) หรือ เอสโอดี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง สามารถช่วยชะลอความชราได้"

พญ.ลลิตา ธีระสิริ แพทย์ประจำศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีให้ความรู้พร้อมอธิบายว่า นอกจากสารเอสโอดีจะช่วยชะลอความแก่แล้วยังช่วยป้องกันร่างกายจากโรคเสื่อมทั้งหลาย เช่น โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เบาหวานอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคข้อ ต้อกระจกและผิวหนังเหี่ยวย่น อีกด้วยการรับประทานถั่วงอกแบบสดจะได้ผลดีกว่าแบบปรุงสุก เพราะสารเอสโอดีหากโดนความร้อนจะถูกทำลาย แต่ถ้าเราไม่ชอบรับประทานแบบดิบก็สามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้เพราะนอกจากในถั่วงอกจะมีสารเอสโอดี แล้วยังมีสารอาหารตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น ในถั่วงอกมีคาร์โบไฮเดรต ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก มีโปรตีนสูงมากกว่าในเนื้อสัตว์ แถมในเนื้อสัตว์ก็มีไขมันเยอะด้วยจึงสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะถั่วงอกมีแคลอรีต่ำ มีเส้นใยพอสมควร

อย่างไรก็ตาม คุณหมอลลิตาแนะนำว่าถ้าเราปลูกถั่วงอกรับประทานเองจะเหม็นเขียวน้อยกว่าในท้องตลาดและวิธีการปลูกถั่วงอกก็ปลูกได้ง่ายมากสมัยเรียนชั้นประถมคงจำกันได้ว่าเราดีใจมากเวลาปลูกถั่วงอกแล้วมันโต

วิธีการปลูกถั่วงอกง่ายๆ มีดังนี้ เริ่มจากคัดเลือกถั่วเขียวใหม่ 1 กำ นำมาปลูกถั่วงอกได้ 1 จาน ใช้กระดาษชำระวางบนถาด จากนั้นโรยเมล็ดถั่วเขียวแล้วใช้กระดาษชำระโปะไว้อีกชั้นหนึ่งคอยรดน้ำ เพียงแค่ 3 วันถั่วงอกก็จะโตสามารถนำรับประทานแบบสดๆ ได้ให้คุณประโยชน์เต็มๆ แต่ใครที่มีปัญหาเรื่องมียูริกเกินหรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคไตต้องระมัดระวังอย่ารับประทานมากเกินไปเพราะจะมีผลเสียต่อร่างกายได้ ฉะนั้นใครที่ไม่อยากแก่ก่อนวัยหมั่นรับประทานถั่วงอกบ่อยๆ นอกจากจะทำให้หนุ่มสาวขึ้นแล้วยังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วยนะเออ

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส

เพาะถั่วงอกทานเองกันดีกว่าค่ะ... ปลอดภัย...และดีต่อสุขภาพค่ะ
ถั่วงอก...ต้านสารพัดโรค ให้ประโยชน์เต็มๆ ใครที่ไม่อยากแก่เชิญฟังทางนี้เด้อ สหาย...
คุณๆ ทราบกันหรือไม่ว่าถั่วงอกดิบที่เรารู้จักและรับประทานกันอยู่ทุกวันนี้บ้างกินกับก๋วยเตี๋ยว บ้างกินกับขนมจีนนั้นมีสารอาหารตัวหนึ่งที่ ช่วยชะลอความแก่ได้ดีทีเดียว (ถึงแม้ว่าจะมีกลิ่นเหม็นเขียวนิดๆ ก็ตาม) นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณต่างๆ อีกมากมาย เชื่อว่าหากทราบแล้วหลายคนต้องหันมารับประทานถั่วงอกกันมากขึ้นแน่ๆ "ถั่วงอกช่วยชะลอความแก่ได้จริงเพราะมี สารซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (SUPEROXIDE DISMUTASE : SOD) หรือ เอสโอดี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง สามารถช่วยชะลอความชราได้"

พญ.ลลิตา ธีระสิริ แพทย์ประจำศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวีให้ความรู้พร้อมอธิบายว่า นอกจากสารเอสโอดีจะช่วยชะลอความแก่แล้วยังช่วยป้องกันร่างกายจากโรคเสื่อมทั้งหลาย เช่น โรคหัวใจ ไขมันในเลือดสูง เบาหวานอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคข้อ ต้อกระจกและผิวหนังเหี่ยวย่น อีกด้วยการรับประทานถั่วงอกแบบสดจะได้ผลดีกว่าแบบปรุงสุก เพราะสารเอสโอดีหากโดนความร้อนจะถูกทำลาย แต่ถ้าเราไม่ชอบรับประทานแบบดิบก็สามารถนำมาปรุงอาหารรับประทานได้เพราะนอกจากในถั่วงอกจะมีสารเอสโอดี แล้วยังมีสารอาหารตัวอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น ในถั่วงอกมีคาร์โบไฮเดรต ที่มีโมเลกุลขนาดเล็ก มีโปรตีนสูงมากกว่าในเนื้อสัตว์ แถมในเนื้อสัตว์ก็มีไขมันเยอะด้วยจึงสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะถั่วงอกมีแคลอรีต่ำ มีเส้นใยพอสมควร

อย่างไรก็ตาม คุณหมอลลิตาแนะนำว่าถ้าเราปลูกถั่วงอกรับประทานเองจะเหม็นเขียวน้อยกว่าในท้องตลาดและวิธีการปลูกถั่วงอกก็ปลูกได้ง่ายมากสมัยเรียนชั้นประถมคงจำกันได้ว่าเราดีใจมากเวลาปลูกถั่วงอกแล้วมันโต

วิธีการปลูกถั่วงอกง่ายๆ มีดังนี้ เริ่มจากคัดเลือกถั่วเขียวใหม่ 1 กำ นำมาปลูกถั่วงอกได้ 1 จาน ใช้กระดาษชำระวางบนถาด จากนั้นโรยเมล็ดถั่วเขียวแล้วใช้กระดาษชำระโปะไว้อีกชั้นหนึ่งคอยรดน้ำ เพียงแค่ 3 วันถั่วงอกก็จะโตสามารถนำรับประทานแบบสดๆ ได้ให้คุณประโยชน์เต็มๆ แต่ใครที่มีปัญหาเรื่องมียูริกเกินหรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคไตต้องระมัดระวังอย่ารับประทานมากเกินไปเพราะจะมีผลเสียต่อร่างกายได้ ฉะนั้นใครที่ไม่อยากแก่ก่อนวัยหมั่นรับประทานถั่วงอกบ่อยๆ นอกจากจะทำให้หนุ่มสาวขึ้นแล้วยังส่งผลดีต่อสุขภาพด้วยนะเออ

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์